App Jp Ling Final Discovery : เรียนมาหนึ่งเทอมได้อะไรบ้าง

The Final Discovery
ดำเนินมาถึงบล็อกสุดท้ายกันแล้วจ้า
ใจหายใจคว่ำกันไหม
แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะหายไปตลอดกาล
ถ้ามีอะไรน่าสนใจอยากแบ่งปัน
จะมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านอย่างแน่นอน!

สำหรับบล็อกนี้จะเป็นการ recap เล็กๆ
ว่าหนึ่งเทอมที่ผ่านมาเนี่ย เราเรียนอะไรมาบ้าง
ได้อะไรกลับมาบ้างไหม5555555

เรามาลองไล่ดูกันตั้งแต่บล็อกแรกจนถึงบล็อกสุดท้าย


จะเห็นได้ว่าลักษณะเนื้อหาจะมีความ practical
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับการเรียนและในชีวิตประจำวัน
หลังจากได้เรียนวิชานี้เราก็สังเกตการเปลี่ยนแปลง
ทั้งวิธีการเรียนและความคิดความอ่านต่างๆ เปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะเลยค่ะ



อย่างแรกในด้านทักษะภาษาญี่ปุ่นและวิธีการเรียน

  • เราใช้เทคนิคการพูดให้ดูฉลาดเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นวิธีการหลากคำใช้ทั้ง漢語 ทั้งคำคาตาคานะ เพราะเทอมนี้มีวิชาที่ต้องเขียนความเห็นตัวเองเยอะมากๆ AppJpLing นี้ก็แล้วหนึ่ง แล้วยังมี Writing ที่ต้องเขียนรายงาน วิชา Conver ที่ต้องเขียนสคริปนำเสนอ5นาที
  • เราเลยได้ใช้เทคนิคการใช้漢語 และคำภาษาต่างประเทศเยอะมากโดยเฉพาะการเขียนรายงานเพราะต้องเขียนให้ดูวิชาการเป็นภาษาเขียน
  • เวลาพูดถึงเรื่องอะไรซักอย่างก็จะพยายามหาข้อมูลให้รอบด้านกว่าแต่ก่อน ตามที่เรียนมาว่าเวลาแสดงความเห็นเราควรมีหลักฐานมาสนับสนุนและพูดในหลายๆแง่มุม
  • อย่างในวิชา Conver เราต้องพูดถึงเรื่องการศึกษาภาษาญี่ปุ่นของคนทั่วโลก 
  • เราก็ไปยกแบบสำรวจมา แล้วก็เน้นพูดสถิติเยอะๆเข้าไว้จะได้ดูว่าหาข้อมูลมาเยอะ ใส่ศัพท์ภาษาอังกฤษเฉพาะทางไปซักหน่อย
  • เอ้ยมันก็เอาเรื่องอยู่นะ คะแนนดีกว่าที่คิดมาก555555555555555
  • พอมีเทคนิคพวกนี้ติดตัวแล้วทำให้รู้สึกภาษาญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นและฉลาดขึ้นในหลายๆด้านมากๆ

  • ในส่วนของวิธีการเรียนคือเราหันมาสังเกตตัวเองมากขึ้น อย่างเช่นว่าเนื้อหาเรื่องนี้เราเข้าใจถึงขั้นอินเทครึยัง มี fossilization ที่ไม่รู้ตัวตรงไหนไหม
  • จริงๆมันก็อาจจะคล้ายๆแต่ก่อนที่พยายามมองตัวเองแล้วทบทวนในตรงที่ขาดไปอะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้เราหันมาให้ความสนใจกับการสังเกตตัวเองมากขึ้น
  • อย่างวิชา Writing ที่เราบอกว่าต้องเขียนรายงาน เราโดนอาจารย์คอมเม้นเรื่องไวยากรณ์ง่ายๆมา คือไวยากรณ์ V.ます + ず ที่เป็นรุปปฏิเสธแบบภาษาทางการ 
  • เราชอบจำผิดจากที่ต้องผัน しない → せず เราผันเป็น しない →しず ทุกครั้งเลย ทั้งเวลาเขียนและเวลาพูด
  • ตอนที่เรารู้ว่าตัวเองมีลักษณะการผิดแบบนี้เรารีแอคใหญ่กว่าแต่ก่อนและตกใจมาก555555
  • เรามองว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มากกว่าแต่ก่อนอะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนอย่างมากก็คงแค่แบบ เห้ย ไวยากรณ์ง่ายๆแค่นี้ทำไมยังผิด
  • แต่ตอนนั้นเรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มากเพราะมันคือ fossilization แล้วถ้าเกิดแล้วมันจะแก้ลำบาก มันไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นในการเรียนภาษา
  • อาจจะเรียกได้ว่าพอเราได้ศึกษากระบวนการเรียนภาษาที่สองมันทำให้เราระวังกับการเรียนรู้ของตัวเองมากขึ้น ว่าเรามีตรงไหนที่มองข้ามไปรึเปล่า
  • ซึ่งมันเป็นประโยชน์มากๆเลย ไม่ใช่แค่กับการเรียนภาษาแต่กับการเรียนรู้ทักษะอื่นๆด้วย


อย่างต่อมาคือในส่วนของการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

  • อันนี้เราเพิ่งมารู้ตัวเมื่อเร็วๆนี้ ว่าเราใช้ทฤษฎี i+1 กับทุกอย่างเลยอะหลังจากเรียนวิชานี้555555555
  • อย่างช่วงนี้เราเริ่มออกกำลังกายที่บ้านก็หาคลิปเอาตามเน็ต บางคลิปทำแล้วรู้สึกยังไม่เหนื่อย ยังได้อีกประมาณนึง 
  • เราก็เริ่มคิดว่า เห้ยเราต้องหาคลิปที่ยากกว่านี้อีกขั้นนึง แต่จะเอาให้ยากเลยก็ไม่ไหวเพราะร่างกายเราไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น แต่ต้องเอาให้มากกว่าระดับที่เราทำได้หน่อยนึงจะได้พัฒนาร่างกายจริงๆ
  • ระหว่างหาคลิปเราก็นึกขึ้นมาได้ว่า เออเห้ยมันเหมือนกับ i+1 ที่เรียนมาเลยนี้หว่า555
  • แล้วพอเรียนวิชานี้มันทำให้เข้าใจและอินกับคำว่า"ภาษาศาสตร์"มากขึ้นกว่าแต่ก่อน เราเริ่มสังเกตการใช้ภาษารอบตัวมากขึ้นทั้งไทยและญี่ปุ่น บางทีก็เจอเรื่องน่าสนใจ เจอไอเดียใหม่ๆจากการมองภาษาในเชิงภาษาศาสตร์ประยุกต์
  • มันทำให้เราเรียนภาษาได้สนุกขึ้น พอมันมีอะไรให้เราได้สังเกตได้คิดบางทีมันก็จะเกิดอารมณ์แบบ เอ้อแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ เอ้ะลักษณะนี้มันเหมือนภาษาแม่เราเลยนี้นา อะไรแบบนี้มันก็ช่วยทำให้เราเอนจอยกับการเรียนได้มากขึ้น
  • ที่สำคัญเลยวิชานี้ทำให้เรารู้จักมุมมองด้านภาษาศาสตร์มากขึ้น รู้วิธีจับจุดว่าถ้าเป็นเรื่องนี้เราควรให้ความสำคัญกับจุดไหน 
  • อย่างเช่นเรื่องการเรียนภาษาที่สองที่เป็นหัวข้อหลักของวิชานี้ จุดสำคัญที่ควรสังเกตก็อาจจะเป็นผลการเรียนรู้ของผู้เรียน อิทธิพลของวิธีการสอน
  • พอเรารู้แนวทางในการสังเกตแล้วมันทำให้เราคิดอะไรออกได้ง่ายขึ้น อย่างเช่นการคิดหัวข้อวิจัย ที่หลายๆคนจะต้องไปทำตอนแลกเปลี่ยน เป็นต้น55555555


เรียกได้ว่าได้อะไรมาหลายอย่างมากจากการเรียนวิชานี้
หลายๆเรื่องเป็นสิ่งที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
และจะเป็นความรู้ติดตัวไว้ อินเทคเป็นของของเราเอง
เป็นวิชาที่เรียนแล้วรู้สึกว่าได้ความรู้นำไปต่อยอดจริงๆ
ไม่ใช่จบอยู่ในห้องเรียนเท่านั้น

วิชา App Jp Ling ให้อะไรกับเราเยอะมากจริงๆ


สุดท้ายนี้ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้ความสนใจ
และอาจารย์กนกวรรณเจ้าของวิชาที่คอยให้ความรู้อันมีประโยชน์เสมอมา
อย่างที่บอกว่านี้ยังไม่ใช่จุดจบ เรายังคงอยากแบ่งปันสิ่งน่าสนใจ
และอยากจะนำความรู้มาเผยแพร่ด้วยการเขียนบล็อกอยู่เสมอ (แต่อาจจะไม่ใช่เร็วๆนี้ฮาา)
ดังนั้นถ้ามีโอกาสเราจะกลับมาเจอกันในบล็อกในอนาคตข้างหน้านี้แน่นอนค่ะ!

รักษาสุขภาพกันนะคะ

Blessed

Comments

  1. อิมเขียนได้ดีมากเลยคับ สรุปหลายอย่างได้เข้าใจง่ายอะ ตรงที่บอกว่าวิชานี้ให้อะไรกับเราบ้างเนี่ยเราก็คิดเหมือนกันเลย แบบว่าเราก็เริ่มสังเกตตัวเองมากขึ้น เริ่มมาประยุกต์ใช้มากขึ้นเนอะ

    ReplyDelete
  2. สรุปได้เข้าใจง่ายมากเลยว่าทั้งเทอมผ่านการเรียนอะไรมาบ้าง และเห็นด้วยว่าเรียนวิชานี้มันทำให้เราย้อนกลับมามองการใช้ภาษาของเราเอง

    ReplyDelete
  3. ชื่อ blog คือ discovery ตอนจบก็สรุปว่าได้ discover อะไร...สอดคล้องกันดีมากเลย ที่ชอบสุดๆคือเหมือนเอาไปประยุกต์ได้ทั้งในระดับวิชาอื่นที่เรียนและในชีวิตประจำวัน (สมชื่อวิชา..) 555 ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ (ดีใจจัง) i+1 เป็น concept ที่คนส่วนใหญ่ชอบ เข้าใจง่าย ได้ผล (แต่คนมักจะมองข้ามและลืมทำ) ใช้ต่อไปนะคะ

    ReplyDelete

Post a Comment