App Jp Ling 2nd Discovery : พูดยังไงให้ดูฉลาด

2nd Discovery
สวัสดีจ้า เจอกันอีกแล้ว
ต่อจากการแนะนำตัวแบบอร่อยกรุบในครั้งที่แล้ว ครั้งนี้เราจะมาต่อยอดถึงการพูดคุยของจริง
อันนี้น่าจะตอบคำถามในใจใครหลายๆคน นั้นคือ

❀ วิธีพูดให้ดูฉลาด ❀

เป็นสิ่งที่ใฝ่ฝันมาตลอดเพราะมันไม่เคยเกิดขึ้น
หน้าพังยังโบกเมคอัพได้ แต่สมองพังโบกด้วยอะไรดี 😭

ณ ตรงนี้มีข้อมูลมาให้คร่าวๆ(เพราะยังเรียนไม่จบ)สำหรับในแง่ของการใช้ภาษาญี่ปุ่น

✿ นั้นคือให้ใช้คำจีน(漢語)

ได้ผลทั้งในแง่การพูดและการเขียน คำพูดศัพท์ก็ยาก คันจิก็ยาก ดูมีการศึกษาขึ้นมาทันที
อาจเพราะมันซับซ้อนเลยทำให้ดูว่าเราเป็นคนมีลำดับการคิดหลายชั้น ธรรมดามนุษย์เรามักจะไม่ค่อยชอบอะไรซับซ้อนมาก พอใช้คำที่ต้องประมวลผลหลายชั้นเลยน่าจะทำให้ดูว่าผู้ใช้มีความคิดที่ลึกและดูฉลาดขึ้นมา

เช่น

重さ→重量
わかる→理解する
เป็นต้น

✿ ในกรณีนี้คิดว่าภาษาไทยน่าจะใช้ได้ด้วย เช่น

ต้นไม้สูงขึ้น
vs
ต้นไม้กำลังเจริญเติบโต

อาจจะไม่เห็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงไปเสียทีเดียว เพราะภาษาไทยมีความต่างกับภาษาญี่ปุ่นในหลายๆแง่ เช่น ความทางการ ความสุภาพ แต่โดยภาพรวมแล้วการเปลี่ยนคำให้ดูซับซ้อนหรือทางการขึ้นก็สร้างความรู้สึกที่เปลี่ยนไป จะรู้สึกว่าผู้พูดดูมีความคิดซับซ้อนมากขึ้น

แต่แก บางทีเราก็ไม่ได้มีคันจิในหัวเยอะขนาดนั้นปะ
ถ้าทำทุกอย่างให้เป็น漢語 ได้ก็คือฉลาดจริงๆแล้วแหละไม่ต้องแกล้งฉลาดหรอก😂

นั้นนำเราสู่วิธีที่สองซึ่งก็คือ

✿ การพูดอ้อม ✿

ไม่ใช่อ้อมแบบข้ามโลกแล้วค่อยเข้าเรื่องแบบวิถีคนญี่ปุ่นนะ555
แต่หมายถึงการใช้คำเลี่ยงในเรื่องที่เป็น taboo ของสังคม เรื่องฉาวๆคาวๆกาวๆกรุบๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับบริบทสังคมด้วย แต่สิ่งที่มักเป็นเรื่องที่ไม่นิยมพูดโจ่งแจ้งของทุกๆสังคมเลยก็คือพวกเรื่องเพศ เรื่องใต้สะดือ เรื่องเกี่ยวกับสิ่งปฏิกูลเช่นการขับถ่าย(อันนี้จะเป็นฝั่งญี่ปุ่นซะมาก) หรือเรื่องความตาย เป็นต้น

อย่างเช่นในกรณีคนญี่ปุ่น เวลาท้องเสียจะไม่อยากให้ใช้คำว่าท้องเสีย (下痢)แต่จะใช้คำว่าอาการไม่ค่อยดี(具合が悪い)แทน

หรืออย่างเช่นคำเกี่ยวกับเรื่องเพศ สื่อถึงเรื่องบนเตียงของคู่รัก
เขาจะใช้คำว่า 夜の営み
夜→กลางคืน
営み→หน้าที่

หน้าที่ตอนกลางคืน
พี่เป็นยามเหรอคะ😂

อะไรประมาณนี้ จะเป็นภาษาที่มีการใส่รหัสมีความซับซ้อนต้องตีความอีกชั้นนึงถึงจะรู้ความหมาย ทำให้ความหมายต้นแต่เดิมมันซอฟต์ลงได้ 

✿ ภาษาไทยเองก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน อย่างที่เพิ่งพิมพ์ไปด้านบนเลยคำว่า "เรื่องบนเตียง" 

หรืออย่างเช่นในพวกวงการเที่ยวอาบ อบ นวดซึ่งเกี่ยวกับเรื่องเพศ ก็มีการใช้คำว่า "หม้อสุกี้" แทนความหมายว่า ลงอ่างจากุชชี่ ด้วย(อันนี้ไม่ได้มีประสบการณ์ตรงนะคะ ได้ยินมาเฉยๆ555)

ทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีลักษณะวิธีการอย่างเดียวกันทั้งสิ้น

การพูดอ้อมนอกจากจะลดความแรงของสารตั้งต้นแล้ว ยังมีนัยยะของการลับสมองถอดรหัสที่มีความซับซ้อนอีกด้วย ตรงนี้แหละที่จะทำให้คนพูดดูฉลาดขึ้น 

นอกจากจะมีรสนิยมในการพูดเรื่องหนักให้ดูเบาแล้ว ยังดูมีวาทะศิลป์และความคิดสร้างสรรค์อีกด้วยนะ

วิธีนี้ดูทำได้ง่ายกว่าวิธีแรกใช่ไหมล่า

อย่างไรก็ดีการพูดตรงๆธรรมดาๆไม่ใช่เรื่องผิด เราสามารถฉลาดและดูดีได้จากเนื้อหาสาระที่พูดและความคิดที่สื่อออกไป เพียงแต่วิธีข้างบนจะทำให้มันเกิดประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก

วันนี้ก็เจอกันประมาณนี้นะคะ ขอบคุณที่ให้ความสนใจอ่านมาถึงตรงนี้ค่า

เจอปืน

Comments

Popular posts from this blog

[สัพเพเหระ's time] Youth With You 2 เป็นไอดอลว่ายากแล้ว จำชื่อจีนของเมนคือยากกว่า

[สัพเพเหระ's time] Koi wa Tsuzuku yo Doko Made mo ซีรี่จากโชโจมังงะที่บทดีกว่าที่คิด

App Jp Ling 6th Discovery : เหตุที่ทำไมยิ่งเรียนยิ่งไม่รู้เรื่อง(2)