App Jp Ling 5th Discovery : พูดยังไงให้ดูฉลาดแบบUnlimited
5th Discovery
ไฮ้ ไฮ กลับมาจากขุมนรกแห่งการสอบมิดเทอมแล้วจ้า
ข้อเขียนสาม พรีเซ้นสอง สอบพูดหนึ่ง ไม่รู้ผ่านมาได้ยังไงเหมือนกัน
ต้องขอบคุณวิชาแอพแจบลิงที่ไม่มีสอบมิดเทอมนะคะ ไม่งั้นคงเหลือแต่กายหยาบ //ไหว้ย่อ
แต่ทดแทนการที่ไม่มีมิดเทอม เราจึงต้องมาเขียนบล็อกแบบนี้แหนค่ะ แหะ😂
วันนี้เรากลับมาแล้วแกร กลับมาสู่งกรุงโรมที่เราเริ่มสร้างไว้ตั้งแต่ตอนนู้น
ใช่แร้ว หัวข้อจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก
❀❀ พูดให้ดูฉลาดUnlimited!!! ❀❀
ใส่ดอกสองอันเพื่อความยิ่งใหญ่
ถ้าใครติดตามบล็อกของเราก็น่าจะจำได้ว่าเราเคยพูดถึงการพูดยังไงให้ดูฉลาด
วันนี้เราจะมาต่อนางให้จบในฉบับรวบรัด ย่อยง่ายอร่อยกรุบ
การพูดอย่างชาญฉลาดนั้น สามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
❀ การใช้คำจีน(漢語)- อย่างที่เคยเขียนไว้ในบล็อกเก่า ว่าเราสามารถทำตัวให้ดูฉลาดได้ด้วยการใช้คันจิซึ่งเป็นคำจีน มันทำให้ดูมีความรู้เยอะเนอะ
- วิธีการก็ไม่ยาก แค่ทำคำให้กลายเป็นคันจิเช่น わかる→理解する
- อ้าว แล้วถ้าเราไม่รู้คันจิอะแก
- ไม่ยากเว้ย แกก็แค่หนีไปใช้ภาษาต่างประเทศก็ได้
- อาจจะฟังดูตลกแต่ญี่ปุ่นเองก็คล้ายๆไทยที่พอใช้ภาษาอังกฤษแล้วจะดูมีความรู้ขึ้นมาทันที
- เผลอๆวิธีนี้ทำง่ายว่าการใช้คันจิเพราะคนไทยอย่างเราๆน่าจะโอเคกับภาษาอังกฤษมากกว่าคันจิเนอะ5555
- วิธีใช้ตัวอย่างเช่น 目標→ゴール |このビジネスのゴールは...です。
- แต่ถ้าแม่อยากโชว์เหนือในความสามารถภาษาญี่ปุ่นของแม่ก็ย่อมทำได้ด้วย
- อันนี้สำหรับคนไทยจะยากซักหน่อย ต้องอาศัยความรู้ภาษาญี่ปุ่นประมาณนึง คือจะแกล้งฉลาดด้วยวิธีไม่ได้ละต้องฉลาดจริงด้วยส่วนนึง
- มันคือการใช้สิ่งที่เรียกว่า collocation หรือกลุ่มคำที่มักใช้ร่วมกัน ในภาษาอังกฤษก็มีแต่ในภาษาญี่ปุ่นคือเยอะยิ่งกว่า
- แต่ถ้าใช้วิธีได้แม่จะดูฉลาดขึ้นหลายเบอร์มาก
- ยกตัวอย่าง このことについてわかりたいです。→このことについて理解を深めたいです。
- ในบางกรณ๊มันจะมีการใช้คันจิร่วมด้วยตามที่ collocation กำหนดมาอย่างนั้น
- เพราะฉะนั้นจะทำให้ดูฉลาดขึ้นแบบ300% ถ้าใครอยากดูสมาร์ทแบบสุดล่ะก็แนะนำวิธีนี้เลย
- อย่างที่รู้ๆกันว่าญี่ปุ่นเป็นชาติที่ชอบพูดอ้อมโลกมากกกกกกกกกกก กว่าจะเข้าเรื่องคือชักแม่น้ำมากี่สาย
- แต่บางทีมันก็ทำให้เราดูฉลาดขึ้นนะ
- การพูดอ้อมลดความแรงของสารลงเรียกว่า 生々しさを避ける (แปลตรงๆก็ หลีกเลี่ยงความสด...)
- เช่นในตอนที่เราพูดเรื่องรุนแรง อย่างพวกความตาย อุบัติเหตุ หรือเรื่องฉาวๆคาวๆ การที่เราใช้คำอ้อมแต่ยังสื่อความมันช่วยลดความรุนแรงความรู้สึกของผู้รับสารลงไปได้เยอะ
- และที่สำคัญ มันทำให้คนพูดดูมีอารยะ
- เช่น การพูดถึงเรื่องเซ็กซ์หรือเรื่องบนเตียง ภาษาไทยบางทีก็ใช้คำว่า ทำการบ้าน
- ในภาษาญี่ปุ่นคือ 夜の営み→ 夫婦の性交 (การทำการบ้านของสามีภรรยา)
- หรือจะใช้สิ่งที่เรียกว่าメトニミー เพื่อเลี่ยงการพูดตรงๆก็ได้
- メトニミー คือการพูดถึงลักษณะบางอย่างของบางสิ่งเพื่อใช้แทนการพูดสิ่งนั้นตรงๆ
- สมมติเราจะพูดเรื่องในแง่ลบเกี่ยวกับองค์กรหรือบุคคล การพูดชื่อออกมาตรงๆก็อาจจะมีปัญหาใยเรื่องความเป็นส่วนตัวหรือทำให้เกิดความขัดแย้งทางกฎหมายได้
- เลยจะใช้คำบอกนัยโดยใช้ลักษณะบางอย่างของสิ่งนั้น
- เช่น ธนาคารสีเขียว→ธนาคารกสิกร
- สำหรับภาษาญี่ปุ่น เช่น 洗面所→トイレ
- ปกติ 洗面所 นางแปลว่าที่ล้างหน้า แต่ที่ที่มีอ้างล้างหน้ามันก็คือห้องน้ำนั้นแหละ การใช้คำว่า 洗面所 เลยเป็นการพูดอ้อมๆถึงคำว่า ห้องน้ำ นั้นเอง
- สุดท้ายคือクッション言葉 หรือคำหมอนรับแรงกระแทก คำที่ให้ทุกอย่างดูซอฟต์ดูนู่มมม
- クッション言葉 ในภาษาญี่ปุ่นคือสำนวนที่มักเอาไว้ใช้ลดแรงกระแทก การปะทะที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการสนทนา
- ในภาษาญี่ปุ่่นมีให้เลือกสรรค์ใช้มากมาย อาทิ
- 私の個人的な意見ですが、(ความเห็นส่วนตัวนะคะ แต่...)
- 私䛾理解不足かもしれませんが、(บางทีฉันอาจจะเข้าใจผิดเองนะคะ แต่...)
- 私䛾記憶違いかもしれませんが、(บางทีฉันอาจจะจำผิดเองนะคะ แต่...)
- ต่างๆเป็นต้น ซึ่งสำนวนพวกนี้ไม่ด้มีแพทเทรินตายตัวขนาดนั้น สามารถคิดรูปประโยคใหม่ขึ้นมาเองก็ได้ ขอแค่คงคอนเซปว่า สวยซอฟต์สุภาพ ประหนึ่งนางเอกชุดลูกไม้ขาวทาลิปสีชมพูนู้ด
❀ การพูดแง่บวก(ポジティブな言い方)
- ถ้าใช้วิธีนี้รวมกับข้อข้างบนคือแม่จะกลายเป็นคนแบบ สวยนั้ลล้ากกก สดใสทุ่งลาเวนเดอร์
- อันนี้ต้องอาศัยการมองมุมกลับปรับมุมมองนิดนึง คือการพูดถึงเรื่องที่จะพูดในแง่ดี ใช้แต่คำแง่บวก ไม่เหยียด ไม่ทำให้ใครรู้สึกแย่
- ที่จริงอันนี้ควรเป็นสิ่งที่ต้องทำในทุกสังคม ทุกภาษาอยู่แล้ว สังคมไทยก็เช่นกัน
- ตัวอย่างเช่น คำว่า"งก" ในภาษาญี่ปุ่นคือคำว่า ケチ
- เราเปลี่ยนเป็น ケチ→倹約家 (ประหยัดอดออม)
- วิธีนี้ทำได้ไม่ยาก แต่ต้องมีไหวพริบในการกลับด้านคำและใช้คำให้ถูกด้วย ไม่งั้นจากคำแง่บวกจะกลายเป็นคนบวกกันแทน
ไงล่า วิธีพูดให้ดูฉลาดนี้ไม่ยากเลยใช่ม้า ชอบอันหนถนัดวิธีไหนก็ลองเอาไปใช้ดูได้นะคะ
เขียนไปเขียนมาจะยาวมากกกก หวังว่ายังมีแรงอ่านกันอยู่นะคะแง
ก่อนจากกันขอทิ้งตัวอย่างการใช้ในชีวิตจริงไว้ัเล็กน้อยพอกรุบกริบ
เรื่องของเรื่องก็คือ เมื่อเร็วๆนี้เพิ่งโทรไปขอโปรลดราคาจากค่ายสัญญาณมือถือสีเขียว (อะนี้ไง ใช้メトニミー แล้ว)
แล้วตอนนั้นก็คือใช้คำได้บ้งมาก ไร้ซึ่งวาทะศิลป์ใดๆ จนถึงตอนนี้ยังจำประโยคที่พูดได้อยู่เลย55555
"พอดีอยากได้โปรเน็ตถูกๆอะค่ะ ที่ใช้อยู่ตอนนี้รู้สึกมันแพงมากเน็ตก็น้อย
ขอโปรที่ไม่แพงและเน็ตเยอะๆอะค่ะ มีอันไหนบ้างไหมคะ"
แล้วคอลเซนเตอร์ก็คือ.... เงียบไปแปบนึง
แล้วตอนนั้นคือใจเสียแล้ว ไม่เคยเจอคอลเซนเตอร์สตั้นอะ ปกติเจอแต่แบบที่พูดคล่องๆปรู้ดปร้าด
พอคุยเสร็จก็เลยรู้สึกเสียเซลฟ์หน่อยๆว่าเราไปทำให้ใครรู้สึกแย่รึเปล่าเนี่ยฮือ😭
เลยอยากจะลองแก้ประโยคขู่กรรโชกด้านบนให้ดูซอฟต์ดูนู่มมม ดูเป็นคนมีอารยะ😂
"พอดีอยากปรึกษาเรื่องโปรเน็ตน่ะค่ะ ที่ใช้อยู่ตอนนี้รู้สึกว่าราคาจะเกินที่รับไหวและปริมาณเน็ตก็รู้สึก
ไม่ค่อยพอกับการใช้งานเลยค่ะ ช่วยแนะนำโปรที่ราคาต่ำลงแต่ได้เน็ตมากขึ้นกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ"
ดูดีขึ้น(รึเปล่า) ไม่กระโชกโหกหากแร้ว แก้โดยพยามใช้วิธีต่างๆข้างบนทั้งหมดเลย เช่น
อยากได้→อยากปรึกษา 》การพูดแง่บวก(ポジティブな言い方)
แพงมาก→ราคาเกินรับไหว 》 การพูดอ้อม(生々しさを避ける )
เน็ตน้อย→ไม่พอกับการใช้งาน 》การพูดอ้อม(生々しさを避ける )
ขอโปรหน่อย→ช่วยแนะนำโปรให้หน่อย 》 การพูดแง่บวก(ポジティブな言い方)
อะไรประมาณนี้ ด้วยความที่มันเป็นภาษาไทยอาจจะไม่ได้เห็นผลชัดเจนขนาดนั้น
แต่ถ้าเอาไปใช้กับภาษาญี่ปุ่นรับรองว่าการสื่อสารจะราบรื่นขึ้น และดูฉลาดขึ้นอีก300% แน่นอน!
บล็อกนี้เป็นบล็อกที่ยาวมากกกก ถ้าใครอ่านมาจนถึงตรงนี้ก็ขอบคุณสำหรับความสนใจและความอดทนนะคะฮาาา
ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ
แจกันจ้า
สรุปแต่ละประเภทได้เข้าใจง่ายมากๆๆ ยกตัวอย่างสถานการณ์จริงด้วย ชอบ55555555
ReplyDeleteอ่านแล้วขำกับตัวอย่างการนำไปประยุกต์ใช้จริง (ภาษาศาสตร์ประยุกต์จริงๆ) ที่ยกมา พนักงาน call center คนแรกคงดีใจเชียวเราเอาเรื่องเขามาคิดใหม่ (รักษาน้ำใจเธอมาก)
ReplyDeleteสรุปทุกประเด็นได้เข้าใจง่ายมากๆ ชอบความที่เป็นบุลเลทพ้อย ดูกระชับดีแล้วก็มีการยกตัวอย่างให้เห็นภาพด้วย 👍🏻
ReplyDelete