Posts

App Jp Ling Final Discovery : เรียนมาหนึ่งเทอมได้อะไรบ้าง

The Final Discovery ดำเนินมาถึงบล็อกสุดท้ายกันแล้วจ้า ใจหายใจคว่ำกันไหม แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะหายไปตลอดกาล ถ้ามีอะไรน่าสนใจอยากแบ่งปัน จะมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านอย่างแน่นอน! สำหรับบล็อกนี้จะเป็นการ recap เล็กๆ ว่าหนึ่งเทอมที่ผ่านมาเนี่ย เราเรียนอะไรมาบ้าง ได้อะไรกลับมาบ้างไหม5555555 เรามาลองไล่ดูกันตั้งแต่บล็อกแรกจนถึงบล็อกสุดท้าย 1st Discovery : แนะนำตัวแบบอร่อยกรุบ  → วิธีแนะนำตัวให้ตราตรึงสร้างความประทับใจเมื่อแรกเจอ 2nd Discovery : พูดยังไงให้ดูฉลาด  → เก็บซ่อนความบ้งด้วยการใช้ 漢語 ให้ดูไบร์ท 3rd Discovery : ตีแผ่การใช้คำยกย่อง  → ไม่ต้องยกย่องใครให้ใครฟัง แต่ยกย่องเพราะตัวเองสบายใจก็ได้ 4th Discovery : ภาษาญี่ปุ่น = ภาษาพูดคนเดียว  → มุมมองการมองออกมาจากตัวเองของภาษาญี่ปุ่น 5th Discovery : พูดยังไงให้ดูฉลาดแบบUnlimited  → ซ่อนความบ้งx3 พร้อมเทคนิดร้อยแปดให้ดูเป็นคนสมองไบร์ท 6th Discovery : เหตุที่ทำไมยิ่งเรียนยิ่งไม่รู้เรื่อง  → การพัฒนาความรู้แบบตัวUและความต่างในการเล่าเรื่องของคนไทยและญี่ปุ่น 7th Discovery : ใครไม่เทค....

App Jp Ling 8th Discovery : Feedback นั้นสำคัญไฉน

Image
8th Discovery สวัสดีเดือนพฤษภาค่ะ เดินทางกันมาถึงขนาดนี้แล้ว ช่วงนี้อยู่บ้านก็รักษาตักันด้วยนะคะ ในสภาวะแบบนี้หลายๆอย่างดูจะแย่ลง ทั้งสุขภาพกายสุขภาพจิตและเศรษฐกิจ เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะคะ we will pass away together  โอ้ยไม่เอาน่ะแกทำเหมือนโลกจะสูญสิ้นในวันนี้พรุ่งนี้ แต่ก็ไม่แน่ปะ เห็นข่าวว่ามีมะนาวต่างนุดจะบุกโลก โอ้ยแกเพ้อเจ้ออะไร นี้มันบล็อกภาษาศาสตร์ไหม ใช่แร้ว นี้มันบล็อกภาษาศาสตร์นะแกร วันนี้เราจะมาพูดถึงการเรียนภาษาที่สองกรุบๆเหมือนกันเคย นั้นก็คือ...!! ❀❀ Feedback นั้นสำคัญไฉน ❀❀ เอาดอกไปตัวใหญ่ๆ เพราะเรื่องนี้สำคัญมาก ทั้งในแง่ของการเรียนภาษาการทำงาน การทำธุรกิจ หรือกระทำการใดๆก็ตาม เราต้องมีการรับฟังและสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเราเนอะ เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก เราต้องมีการเชื่อมต่อกับสิ่งต่างๆ ฉะนั้นเราก็ต้องคอยดูสิ่งต่างๆรอบตัวด้วย การตอบสนองของสิ่งต่างๆนี้แหละคือ Feedback มาถึงตรงนี้อาจจะฟังดูงง มันไม่งงหรอกมันก็ Feedback น่ะแหละ แค่เขียนให้มันดูวนไปวนมาไปงั้น อย่าใส่ใจ5555555 เอาล่ะ เข้าเรื่อง อ...

[สัพเพเหระ's time] Youth With You 2 เป็นไอดอลว่ายากแล้ว จำชื่อจีนของเมนคือยากกว่า

Image
สวัสดีค่า กลับมาเจอกันกับบล็อกสัพเพเหระอีกแล้ว ช่วงนี้ไม่มีแรงทำอะไรเลยค่ะ ทั้งๆที่อยู่บ้านแท้ๆ อาการเฉาน่าจะเริ่มเกิดขึ้นแล้ว😣 ใครมีวิธีแก้เฉาในช่วงกักตัวแบบนี้บ้างรบกวนบอกบุญทีนะคะฮือ ในวันนี้เราจะมาพร้อมกับความติ่ง และบรรยากาศของเรียลไรตี้คว้าฝัน บล็อกนี้จะมาแนะนำรายการไอดอลของจีน Youth With You Season 2  Youth With You Season2 เป็นรายการเรียลลิตี้ค้นหาไอดอลของจีน โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องเข้าไปเก็บตัวเป็นเด็กฝึก และจะถูกคัดเลือกให้เหลือ 9 คนสุดท้าย คล้ายๆกับเดอะสตาร์บ้านเราค่ะ (แก่ไปไหมนะ555555555) คอนเซ็ปคำว่าไอดอลของรายนี้ค่อนข้างเปิดกว้าง โดยใช้คอนเซ็ปว่า 'X' ไม่จำเป้นว่าจะต้องเป็นเกิร์ลกรุ๊ป ไม่จำเป้นจะต้องเป็นผู้หญิงน่ารัก หรือเซ็กซี่ แค่คุณมีความสามารถมากพอที่จะเป็นไอดอลได้ ก็สามารถเป็น 1 ใน 9 คนได้ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่เราค่อนข้างชอบและประทับใจกับการเปิดกว้างของรายการ อีกทั้งประหลาดใจหน่อยๆว่าสังคมจีนก็เริ่มเปิดรับความหลากหลายมากขึ้นแล้ว ผู้เข้าแข่งขันในรายการจึงมีเด็กผู้หญิงหลากหลายรูปแบบ ทั้งสายหล่อ สายหวาน สายเซ็กซี่ โดยทุกคนมีเอกลักษ...

App Jp Ling 7th Discovery : ใครไม่เทค... อินเทค

Image
7th Discovery อะไรยังไง มาถึงหัวข้อ 7 แล้วอะ ไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะมาถึงขนาดนี้ อีกนิดนึงก็จะจบเทอมแล้วจ้าแม่ ใจหาย😭 ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะจบเทอมด้วยการเรียนอยู่บ้านตลอดครึ่งเทอมหลัง แถมไม่ได้เจอหน้าเพื่อนๆและอาจารย์เลย มันเหงาเหมือนกันนะ😟 แต่พอก่อนเลิกดราม่า ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป เรื่องที่จะมาพูดันนี้ค่อนข้าง simple อ่านปุ้บเข้าใจปั้บในปิ้งเดียว หัวข้อในวันนี้ก็คือ...! ❀❀ใครไม่เทค... อินเทค❀❀ อย่าเพิ่งทำหน้างง กำลังจะอธิบายจ้าแม่ง่ายนิดเดียว ก่อนอื่นต้องปูพื้นก่อนว่า การเรียนภาษาเนี่ยมันมีอยู่ 2 ทฤษฎีหลักๆด้วยกันคือ  1.input และ 2.output  ซึ่งในแต่ละทฤษฎีก็จะมีกระบวนการต่างๆกันไป ซึ่งอันตัวเรานั้นไม่ได้เขียนบล็อกอธิบายไว้ต้องขออภัย แต่เหนื่อสิ่งอื่นใด มีสหายหลายคนได้เขียนอธิบายเกี่ยวกับทั้ง input และ output hypothesis หากใครอยากอ่านเรื่องตรงนั้น เดี๋ยวจะทิ้งลิ้งบทความของเพื่อนๆไว้ให้นะคะ (ใครอยากขายก็แปะลิ้งไว้ได้นะ555) แต่แท้จริงแล้วการเรียนภาษาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเนี่ย ไม่ใช่แค่รับเข้าแล้วปล่อยออกอย่างเดียว มัน...

App Jp Ling 6th Discovery : เหตุที่ทำไมยิ่งเรียนยิ่งไม่รู้เรื่อง(1)

Image
6th Discovery  กลับมาแอคทีฟเพราะเดทไลน์ที่ไหม้ไล่หลัง บ้าไม่ใช่ กลับมาเขียนเพราะอยากแบ่งปันความรู้กับเพื่อนๆต่างหากเล่า✨ วันนี้มาในหัวข้อที่น่าจะรู้กันอยู่จากสิ่งที่จั่วหัวอยู่ด้านบน นั้นก็คือ...!!! ❀❀ทำไมยิ่งเรียนยิ่งรู้สึกไม่รู้เรื่อง❀❀ เป็นคำพูดสำหรับนักเรียนทุกคนว่า "เห้ย ทำไมยิ่งเรียนยิ่งโง่วะ!" (อ่านแบบใส่อารมณ์เพื่ออรรถรส) บล็อคนี้เรามีทั้งคำตอบและคำอธิบาย ปกติทุกคนอาจจะคิดว่ายิ่งเรียนไปก็ควรจะยิ่งเก่งขึ้น ความรู้ยิ่งเพิ่มพูน ยิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์ แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามเพราะยิ่งเรียนกลับยิ่งรู้สึกถดถอย  มีเรื่องที่ไม่เข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ แถมรู้สึกทำได้ไม่ดีเหมือนแต่ก่อน เหตุที่เป็นเช่นนั้นไม่ใช่เพราะเราไม่เก่งหรืออะไร  แต่เพราะมันเป็นสิ่งที่มัน ต้องเป็น ตามกระบวนการของมันอยู่แล้ว ใช่แล้ว สิ่งที่กำลังจะบอกคือความสามารถคนเรามันไม่ได้พุ่งขึ้นเป็นเส้นตรงเสมอไป  แต่แท้จริงแล้วมันเป็น รูปตัว U !! สิ่งนี้เรียกว่าทฤษฎี U-shaped learning แสดงกระบวนการเรียนรู้สิ่งต่างๆของคนเราไม่ว่าจะเป็นภาษา ดนตรี หรือศาสตร์ต่...

App Jp Ling 6th Discovery : เหตุที่ทำไมยิ่งเรียนยิ่งไม่รู้เรื่อง(2)

เจอกันอีกแร้ว หายไปแปบนึงคิดถึงกันไหม😂 มาค่ะมา มาต่อจากที่ค้างไว้เนอะ เดี๋ยว ถ้าใครยังไม่รู้ว่าค้างอะไรแสดงว่ายังไม่ได้อ่านบล็อคที่แล้ว กลับไปอ่านเดี๋ยวนี้! >> ไป๊ << ล้อเล่นน่าแง อ่านอันนี้ก่อนก็ได้แต่ถ้ากลับไปอ่านกันเก่าๆด้วยก็จะดีใจมากเลย🥺 ในบล็อคนี้เราจะมาต่อจากบล็อคที่แล้วว่า  เราเจออะไรจากการทำ Comprehensible output! ในคาบเรียนได้มีการให้พวกเราๆลองเล่าเรื่องจากภาพเป็นภาษาญี่ปุ่น ภาพที่เราได้เป็นการ์ตูน 4 ช่อง ชื่อเรื่องว่า himitsu หรือที่แปลว่าความลับในภาษาญี่ปุ่น เกี่ยวกับผู้หญิงทำศัยกรรมคนนึง เธอมีแฟนหล่อมาก  แต่วันนึงแฟนเธอดันไปเจอรูปก่อนศัลฯ เธอตกใจมากกลัวแฟนรับไม่ได้  แต่แฟนเธอก็รับได้แล้วบอกว่าไม่เห็นเป็นไรเลยเรื่องแค่นี้ แต่หักมุมก็คือแฟนเธอนั้นแท้จริงหัวล้านค่ะ ใส่วิกมาตลอด5555 เราก็เล่าไปค่ะ ไปเรื่อยๆเฉยๆ แล้วเอาไปเทียบกับการเล่าเรื่องเดียวกันนี้ของคนญี่ปุ่น คิดว่าไงคะ คิดว่าเจออะไร ปัญหาใหญ่คือคิดคำไม่ออกค่ะ5555555555555555 เลยจะใช้เป็นคำที่เลี่ยงๆแทน ประเด็นใหญ่ๆ เช่น คำว่าหัวล้าน  → 全然髪がない (นึก...

App Jp Ling 5th Discovery : พูดยังไงให้ดูฉลาดแบบUnlimited

5th Discovery ไฮ้ ไฮ กลับมาจากขุมนรกแห่งการสอบมิดเทอมแล้วจ้า ข้อเขียนสาม พรีเซ้นสอง สอบพูดหนึ่ง ไม่รู้ผ่านมาได้ยังไงเหมือนกัน ต้องขอบคุณวิชาแอพแจบลิงที่ไม่มีสอบมิดเทอมนะคะ ไม่งั้นคงเหลือแต่กายหยาบ //ไหว้ย่อ แต่ทดแทนการที่ไม่มีมิดเทอม เราจึงต้องมาเขียนบล็อกแบบนี้แหนค่ะ แหะ😂 วันนี้เรากลับมาแล้วแกร กลับมาสู่งกรุงโรมที่เราเริ่มสร้างไว้ตั้งแต่ตอนนู้น ใช่แร้ว หัวข้อจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ❀❀ พูดให้ดูฉลาดUnlimited!!! ❀❀ ใส่ดอกสองอันเพื่อความยิ่งใหญ่ ถ้าใครติดตามบล็อกของเราก็น่าจะจำได้ว่าเราเคยพูดถึงการพูดยังไงให้ดูฉลาด วันนี้เราจะมาต่อนางให้จบในฉบับรวบรัด ย่อยง่ายอร่อยกรุบ การพูดอย่างชาญฉลาดนั้น สามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ ❀ การใช้คำจีน(漢語) อย่างที่เคยเขียนไว้ในบล็อกเก่า ว่าเราสามารถทำตัวให้ดูฉลาดได้ด้วยการใช้คันจิซึ่งเป็นคำจีน มันทำให้ดูมีความรู้เยอะเนอะ วิธีการก็ไม่ยาก แค่ทำคำให้กลายเป็นคันจิเช่น わかる→ 理解する อ้าว แล้วถ้าเราไม่รู้คันจิอะแก ไม่ยากเว้ย แกก็แค่หนีไปใช้ภาษาต่างประเทศก็ได้ ❀ การใช้คำภาษาต่างประเทศ ( 外来語 ) อาจจะฟังดูตลกแต่ญี่ปุ่น...